ณ บ้านกลิ้งกลอง...สอง

posted on 15 Nov 2009 20:48 by lilfeit

ตอนนี้กลับเข้าโหมดเดิมอีกครั้ง 
ต้องกลับมานั่งตั้งตาเรียน เฮ้อ อๆๆ เหนื่อย!!!
ชีวิตนี้ถ้าเรียนยังไม่ไหว เเล้วจะไปทำไรกินเนี่ยฉันน...
อยากเรียนจบ ทำงาน เก็บเงิน เที่ยววว คุ้มมมมไม๊
ส่วนบั้นปลายค่อยว่ากัน...
ถ้ายังโสดก็เเพลนนึง ไม่โสดก็อีกเเพลน ๕๕๕
เเค่นี้พอละชีวิตฉัน... เเล้วคุณล่ะว่าไง คุณใช้ชีวิตคุ้มรึยัง?

จากที่ปล่อยให้อารมณ์คั่งค้าง กับเอนทรี่ก่อน เรามาต่อเลยดีกว่า
น้องโรงเรียนบ้านกลิ้งกลอง กล้าเเสดงออกเหมือนกันนะ
ดูได้จากการให้เล่นเกมร่วมกับพี่ๆ  
น้องๆน่ารักมากเลย ดูใสๆ ซื่อๆ จริงใจดี 
เเต่น้องบางคนไม่ยอมคุยกับเราเลย ทำไมน่ะหรอ
เพราะเราพูดภาษากลางไง น้องเลยไม่กล้าคุย(กลัวกูขนาด ๕๕๕)
น้องๆ พูดกลางไม่ค่อยชัด จึงเป็นที่มาของคำว่า "ทองเเดง"
อาจเป็นสาเหตุให้น้องๆ ไม่กล้าคุยกับพวกเราที่พูดใต้ไม่ได้ รึเปล่า ไม่เเน่ใจ
เลยได้น้ำ(เพื่อนภาค เด็กกระบี่)เป็นล่ามให้ ทั้งฟัง ทั้งพูด
อืม...ครบเลย ฉันไม่ต้องทำอะไรเลย  
สรุปฉันมาผิดภาคใช่ไหม เนี่ยย... กลับๆๆ ไม่ใช่ละ ๕๕๕
ถ้ากลับทุกอย่างจบซี เพื่อนก็ยังไม่ได้ เเฟนก็ยังไม่มี นี่ไม่เกี่ยวๆ
จริงๆ น้องๆเขาปิดเทอมแล้ว เเต่ต้องมาต้อนรับพวกเรา ซาบซึ้งๆ
พอได้เวลาเที่ยง มีโต๊ะจีนเลี้ยงลิงผู้โหยหิว จากเมืองกรุง
ชาวบ้านถือปิ่นโตมาบ้านละเถา สองเถา 
ในนั้นมีกับข้าวที่เตรียมมาให้พวกเรากิน 
รสชาติเป็นยังไงน่ะหรอ ไม่อยากบอกว่า อร่อยมากก
เช่น เเกงเขียวหวานนะ กะทิเป็นกะทิอ่ะ ไม่เหมือนที่เมืองกรุงเลย
เครื่องเเกงส่วนใหญ่ จะมีขมิ้นผสมด้วย รสชาติเผ็ดใช้ได้ทีเดียว
ใครที่กินเผ็ดไม่ได้ น่าสงสารยิ่งนัก พลาดของอร่อยๆไปซะแล้ว
พอกินเสร็จก็เก็บล้างกัน แล้วก็ได้เวลาเปิดงาน
มีทั้ง นายอำเภอ นายกอบต. ผู้ใหญ่บ้าน ผอ. 
พวกเขาพูดอะไรฉันพอจับประเด็นได้นิดๆหน่อยๆ ประมาณว่า...
การเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
แต่การที่เราได้มาค่าย มาสัมผัสชีวิตของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดีมาก
มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะชื่อดังขนาดไหนก็สอนการใช้ชีวิตไม่ได้
ผู้ใหญ่ ทุกท่านพูดคล้ายๆกัน มีติดตลกบ้างเเต่ก็ฟังไม่ออก 
พยายามถามเพื่อนตลอดด้วยความอยากรู้ ๕๕๕
หลังจากนั้น พี่ปาล์ม (วนศาสตร์ ปี3) ประธานค่าย ผู้น่ารักก็ปราศัย
ต่อด้วย พี่ก้อย (วนศาสตร์ ปี3)ไม่ทราบตำแหน่งชี้เเจงเรื่อง ที่พักให้ 
ฉันได้อยู่บ้านหนึ่งเเหละ ซึ่งประกอบไปด้วย
ติ้ง,น้ำ(บริหาร ปี2) บู,จิ๊บ,นุช(วนศาสตร์ ปี2) พี่นัน(เศรษฐศาสตร์ ปี3) หลงมา ๕๕๕
หกคน ผู้หญิงล้วนเลย บ้านฉันถูกเเซว เหตุมาจากไซส์ของคนในบ้าน
ซึ่ง ทั้งสูง ใหญ่ เเละ ถึก พี่ก้อยเป็นคนจัดให้ ไม่ดูไซส์เลย ๕๕๕
เเม่ที่บ้านชื่อ เเม่โภชน์
 ซึ่งวันนั้นไม่ได้มารับพวกเรา พอดีว่ามีปัญหานิดหน่อย
เเม่บ้านสอง ซึ่งติดกันเลยมารับเเทน 
ไปถึงบ้านก็เจอเเต่ยาย คนเดียว ยายชื่อ ยายเจ้ย ยายยิ้มน่ารักมากๆ
บ้านนี้มีลูกสาว สามคน กลุ่มพวกเราจึงมีแต่ผู้หญิง 
คนโตชื่อ ไหม เรียนจบแล้ว เป็นคุณครูที่สุราษฯ
คนกลางชื่อ ทราย เรียนปีสาม ที่หาดใหญ่
คนเล็กชื่อ ซิน เรียนปีสอง ที่ม.อุบล ไกล๊ไกล เหนื่อยเเทน
สรุปบ้านนี้มีผู้หญิง ห้าคน เเม่หนึ่ง ยายหนึ่ง ลูกสาวสาม 
พ่อเป็นผู้ชายคนดียว บวกกับอีกหกสาว บ้านล้น ๕๕๕
ยายซึ่งหลานสาวที่บ้านเรียก ย่า เเต่พวกเราเรียกยาย
ยายเรียกพวกเราว่า นุ้ย ซึ่งเเปลว่า หนู ฟังยายไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก  
ให้เพื่อนแปลให้ตลอด ฉันปล่อยไก่ หลายรอบเหมือนกัน
ยายก็ ขำแบบ ขำจริงๆอ่ะ ไม่แอ๊บ นึกถึงหน้ายายแล้วคิดถึงจัง
ที่บ้านนี้มีน้ำประปาแต่ไม่ได้ใช้อาบนะ ใช้น้ำคลองแทน พวกเราก็เลย ต้องใช้ตาม
ส่วนห้องน้ำ ถ่ายหนักๆ ทีต้องหิ้วถังไปห้องน้ำหลังบ้าน ซึ่งไม่มีไฟเลย
ลำบากแต่ก็ รู้สึกดีไปอีกแบบ รู้สึกดี ที่เราสามารถอยู่ได้
บ้านเราถูกเเซวว่าซักผ้าทุกวัน ๕๕๕
ก็มีกันหกคน ผลัดกันซักวันละสามคน ไม่ทุกวันได้ไงล่ะ
ทุกๆวันยายจะยกกะละมังมารองน้ำประปาไว้ให้ซักผ้า ใจดีสุดๆเลย
ยายบอกว่าใช้เครื่องซักผ้าก็ได้ เเต่ก็ไม่มีใครใช้ เพราะเกรงใจ 
ส่วนพ่อไปกรีดยางตั้งแต่ตีสองตีสามแล้วมั้ง 
บางทีพวกเรากลับมาถึงบ้านสองทุ่ม พ่อก็เข้านอนแล้ว 
ยายจะมาคอยเปิดประตูตลอดเลย 
พอพวกเราเข้าบ้านแล้วอาบน้ำบางส่วนแล้ว ยายก็จะเข้านอน
คนที่บ้านนี้นอนเร็วมากๆ พวกเรามาอยู่นี่ก็นอนเร็วเหมือนกัน 
สาเหตุหลักๆ มาจากความเหนื่อยล้านั่นเอง
เพราะปกติ ปิดเทอมจะนอน ตีสอง ตีสาม หรือมากกว่านั้น
มาอยู่ที่นี่ ไม่ถึงสามทุ่มก็หลับแล้วแหละ 
เวลาตื่นก็เกือบหกโมงแล้ว เช้ามากกกก ปกติแทบจะไม่เคยเลย ๕๕๕
ว่ากันว่า ตื่นเช้าๆ ได้เห็น ได้ทำอะไรเยอะกว่าคนตื่นสาย
แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เเหละ เรามีเวลามากกว่าคนอื่น 
ส่วนระหว่างทางที่เดินไปโรงเรียนตอนเช้าๆ บรรยากาศดีมากๆ 
นึกแล้วอยากกลับไปอยู่แบบนั้น 
ถนนหนทางไม่วุ่นวาย เดินกลางถนนยังได้เลย
ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มียังไงใช้อย่างนั้น
ไม่ขวนขวาย พอเพียง นี่แหละวิถีชาวบ้านจริงๆ
จนบางครั้งเคยถามตัวเองเหมือนกันนะว่า...
พวกเราทนอยู่กับบรรยากาศในกรุงเทพทำไม 
เช้าๆ รถติด ชีวิตที่รีบเร่ง ต้องวิ่งเเย่งกันขึ้นรถเมล์
ทำงานเเก่งเเย่ง ชิงดีชิงเด่น แล้งน้ำใจ ต่างคนต่างอยู่ ฯลฯ (เพิ่มเติมได้)  
 
เราจะทนอยู่แบบนั้นไปทำไมกัน ?
 
 
 
 
 

ปล. เดี๋ยวมาต่อนะจ้ะ อ่านแล้วงงไม่ว่ากันนะ คนพิมก็งงๆ ๕๕๕




 

MusicPlaylist
 
 
 

 

Comment

Comment:

Tweet




คนอื่นๆละ

ฝากบอกด้วยว่าซิน

คิดถึง

big smile

#11 By (202.28.51.71) on 2010-03-07 17:07

^
^
^
ดีติ้ง ซินเขากูเกิล คำว่ากลิ้งกลอง

เลยเจอของติ้ง

ดีใจมากๆเลย



mailซินนะ

Sin_26Goodluck@hotmail.com


confused smile confused smile confused smile

#10 By (202.28.51.71) on 2010-03-07 17:00

มาทัมบล๊อคอยู่นี้เอง

อยากจากลับไปเยี่ยมยายจัง
อยู่นั้นสบายใจจัง
> >
>
น้อง ซิลมาเม้นด้วยอ่ะ

#9 By เด็ก ศศ. ปี 3 (124.120.160.29) on 2010-02-19 23:32

ู^
^
^
^
^
^
^
ซิน ๆ ๆ มาเ้ม้นได้ไงหว่า ๕๕๕

คิดถึง ๆ ๆ เหมือนกันๆ

ไว้ จะไปเที่ยวที่บ้านอิกนะ confused smile

#8 By TiNg~!!! on 2010-02-19 23:21

ดีจ๊ะติ้ง

ซินเองนะลูกสาวบ้านหนึ่ง

คิดถึงจัง

ปิดเทอมไปเที่ยวที่บ้านกันอีกนะ

#7 By (202.28.51.71) on 2010-02-17 10:44

ชีวิตสุขสงบแลธรรมชาติ

เราจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้?
เหมือนจะงง หรือไม่งง เออออออconfused smile

#5 By Rungaroonresort Singburi on 2009-11-19 22:51

ท่าทางจะสนุกกันน่าดูเลยนะนั่น
ชีวิตชนบท ดีกว่า เมืองหลวง เป็นไหนๆ
ทั้งสงบและเรียบง่าย


ปล.๑ ชอบเพลงนี้นะ สะท้อนชีวิตสังคมเมืองได้ดี
ปล.๒ ได้หนุ่มใต้ติดไม้ติดมือกลับมาเมืองกรุงรึป่าวเนี่ย

question big smile

#4 By The Traveller on 2009-11-18 21:15

เป็นการใช้ชีวิตที่น่ารักดีจังเนอะติ้ง
ท่าทางรอยยิ้ม+น้ำใจ จะมหาศาล big smile

#3 By bababee on 2009-11-18 12:33

ชีวิตก็ยังเป็นไป.. confused smile
สิ่งไหนผ่านมานั่นเป็นประสบารณ์.. confused smile
เ็็ก็บเกี่ยวเพื่อเป็นแนวทาง..confused smile
ให้ชีวิตได้เรียนรู้และเข้าใจ..confused smile

สู้ ๆ เน่อ..confused smile

#2 By happiness in my bag.. on 2009-11-17 23:36

นั่นสิติ้ง

แล้วติ้งไปอยู่ทำไมละครับ

บ้านนอกดีกว่ากทม.เป็นไหนๆ

พี่พิสูจน์มาแล้ว รับประกัน

#1 By guengg on 2009-11-16 15:06