เผยสื่อ...
posted on 03 Sep 2011 22:08 by lilfeitความรู้สึกที่ได้ไปปฏิบัติธรรม
ฉันสอบเสร็จประมาณวันที่ 7 สิงหาคม เป็นวันอาทิตย์ สอบเสร็จแล้วดีใจมากๆ แต่วันจันทร์ก็ต้องไปเรียนต่อเลย อาทิตย์นั้นเลยได้สมัครไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถานตรงกับช่วงวันแม่พอดี แต่ได้ไปกับเพื่อนที่เรียน CG ภาคปกติ เพราะก่อนสอบเพื่อนในกลุ่มได้ชวนไปช่วงวันหยุดเข้าพรรษา ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่อยากไปไหนเลย เพราะอีกประมาณ 2 สัปดาห์จะต้องสอบ Midterm แล้ว รู้สึกไม่มีความพร้อมเลย เครียดมาก มีแต่วิชาที่หนักมากในความคิดของฉัน แล้วช่วงเดือนกรกฎาคมของฉันนั้น เป็นเดือนที่วุ่นวายมากๆ เดือนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไหนจะเรียนชดเชย ไหนจะงานในวิชาเรียน ไหนจะงานรับปริญญา ไหนจะต้องไปคลินิกทำฟัน ปาดเหงื่อแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว จึงได้ตัดสินใจโทรศัพท์บอกเพื่อนในกลุ่มว่าไม่ได้ไปด้วยและก็โทรศัพท์กลับไปที่เสถียรธรรมสถานเพื่อบอกว่ายังไม่ได้ไปในช่วงนั้น หลังจากที่ได้สมัครไปแล้ว รู้สึกไม่มีความพร้อมใดๆ ทั้งสิ้น
ช่วงวันหยุดยาว วันแม่มาถึง ฉันว่าฉันพร้อมแล้ว ก็เลยหอบความโล่ง โปร่งสบายหลังการสอบที่สาหัสไปด้วย ความรู้สึกตั้งแต่ก้าวเข้าไปในเสถียรธรรมสถาน คำถามเกิดขึ้นในใจคนเยอะจัง แล้วจะสงบได้ยังไง แต่บอกได้ว่า บรรยากาศภายในนั้นดีมากๆ เหมือนหลุดไปอยู่ในอุทยานแห่งชาติอย่างไงอย่างงั้น มีที่แบบนี้ในกรุงเทพฯด้วยหรอ บรรยากาศร่มรื่นน่านอนกลางวันเอามากๆ ชอบตรงที่ไม่เคร่งเรื่องเครื่องแต่งกาย ในความคิดฉันก็คิดว่า การแต่งกายไม่ได้จำเป็นแต่อย่างใดเลยในการปฏิบัติธรรม เพียงแค่เราเตรียมใจมาให้พร้อม เปิดใจให้กว้างก็น่าจะเพียงพอ
การปฏิบัติธรรมของที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ ตื่นเช้ามืดมาทำวัตร นั่งสมาธิเท่านั้น แต่ยังได้รับความรู้ทางธรรมะ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคสมัยนี้ก้าวห่างออกมาก ทำให้สังคมสมัยนี้เต็มไปด้วยกิเลสมากมาย จริงๆแล้วธรรมะก็คือธรรมชาติ คือสิ่งใกล้ตัวเรามากในชีวิตประจำวันเพียงแต่เรามองข้ามมันไป เพราะสังคมภายนอกมีสิ่งดึงดูดใจมากกว่า คนที่มาปฏิบัติธรรมที่นี่ส่วนใหญ่มีปัญหากันทั้งนั้นทั้งเล็กทั้งใหญ่ปนกันไป แม่ชีได้ให้ความรู้มากมายรวมทั้งเรื่องอานาปานสติ คือการปฏิบัติจิตภาวนาด้วยการใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือเพื่อให้เกิดความสงบภายใน จนทำให้เรารู้ตัวตลอดเวลาว่าเราทำอะไรอยู่ มีจิตใจจดจ่อไม่เหม่อลอย มีสติอยู่กับทุกการกระทำ อยู่กับปัจจุบันขณะ มีการทำความเข้าใจว่าทุกสิ่งล้วนแล้วเป็นอนิจจัง
หลังจากออกจากเสถียรธรรมสถานมีความรู้สึกเล็กๆ ว่าความคิดฉันเปลี่ยนไป รู้สึกปล่อยวางได้มากขึ้นไม่ยึดติด เรียนรู้และทำความเข้าใจว่าทุกสิ่งมีเกิดย่อมมีดับไปเป็นธรรมดา ละกิเลสได้มากขึ้น ไม่มีใครจะรู้จักตัวเราเองได้ดีกว่าตัวเราอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเราเองนั่นแหละที่รู้ว่าสิ่งไหนที่มากระทบเราแล้วจะทำให้เกิดกิเลส และเป็นทุกข์ก็หลีกเลี่ยงสิ่งนั้นซะ เพื่อไม่ให้เกิดความอยากมี อยากได้ต่างๆ ไม่เกิดความทุกข์ เพราะส่วนใหญ่คนเรามักจะทุกข์เพราะความคิดของตัวเอง แล้วทำไมเราต้องมานั่งคิด นั่งเครียดในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เอาเวลาตรงนั้นไปเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุขจะดีกว่าไหม และอีกอย่าง คนเรามักจะเห็นคุณค่าของธรรมะ เมื่อเป็นทุกข์เท่านั้น ฉันยังคิดอยู่เลยว่าจุดจบของชีวิตฉันจะเหมือนปรุงฉัตร ในละครเรื่องเมียแต่งหรือเปล่านะ...
ปล.ทำส่งอาจารย์ เขียนเว่อๆไงไม่รุ ๕๕๕
tingmyloveisbakery
3/9/2011
