สวัสดีหนึ่งครั้ง ยิ้มให้ซักทีสองที    
ห่างหายไปเป็นครึ่งเดือน สาเหตุมาจาก ความขี้เกียจ
ที่สลัดออกไม่ได้ซักกะที ๕๕๕
เรามาต่อกันเลยดีกว่าเนอะ

อยู่นี่ ก็ทำเกือบทุกอย่างที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทำกัน
ตั้งแต่ล้างจาน จัดโต๊ะอาหาร ยัน กวนปูน ไม่เว้นแม้แต่งานผู้ชาย 
อาทิเช่น กวนปูน นั่นแหละ โอ้ววว แขนใหญ่สุดๆ
เช้าๆ กินข้าวเสร็จ ก็เข้าแถว เคารพธงชาติ สวดมนต์ ออกกำลังกาย ย้อนวัย
แล้วพี่ปาล์ม(ประธานค่าย)ก็มาพูด ๆ ๆ ๆ สรุปงานว่าไปถึงไหนแล้ว
แล้วต่อด้วยประธานโครงการ อย่าง บอล(วนศาสตร์ ปีสอง)
มีวันนึง บอลสั่งถอนหญ้า เพราะ งานก่อสร้างผู้หญิง ทำไม่ได้
มันสั่งถอนหญ้าตรงถนนทางเข้า ซึ่งเป็นดินแข็งๆ
กลางแดดร้อนๆ เวลาแปดถึงเก้าโมงเช้า โดยประมาณ
เป็นวีรกรรม ที่ฝังใจผู้หญิงทุกคนในค่ายมากกกกกกกก 
ใครๆ หลายคนก็เกลียดบอลตั้งแต่วันที่สั่งถอนหญ้า
บอลจะเป็นคนแบ่งงานให้พวกเราทำ ช่วยแบ่งนะ แต่บอลไม่ค่อยทำ ๕๕๕
เวลาจะกวนปูน ต้องขนทราย ขนหิน ขนปูน
จะมีบอลเป็นต้นเสียง คอยเรียกสาวๆ มาขน 
ด้วยเสียงอันแหลม และเป็นเอกลักษณ์ของบอล
ทำให้หลายคนจำได้ และนึกผวา ว่าบอลจะสั่งถอนหญ้า อีกเมื่อไหร่
สาวๆ ทั้งหลายก็เลยไม่ชอบเสียงบอลไปด้วย 
บอลเอ๊ยย ทำไมมีแต่คนไม่ชอบแกนะ ๕๕๕
แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรบอลนักหรอก ก็เอาฮา กันในค่าย เหอ ๆ
มาค่ายได้รู้อะไรเยอะ โดยเฉพาะ...
ฉันเพิ่งจะรู้ว่า ตัวเองแพ้หญ้า แพ้ยุง ปกติไม่เคยเป็นอะไรเลย
ตอนนี้กลายเป็นแผนที่ไปหมดแล้ว ถูกแดดตัวดำปี๋ ตอนนี้ก็ยังไม่ขาว ๕๕๕
และยังได้พบกับเด็กมหัศจรรย์ 
น้องก๊อต เด็กผู้ชาย ประมาณ ปอสาม
การพูดจาจีบปากจีบคอ มากๆ 
จนอดคิดไม่ได้ว่าน้องเป็นอย่างว่ารึเปล่า เหอๆ
คำพูดที่ใช้แทนตัวเอง คือ ชั้น เรา น้อง ย้ำอีกทีว่าเด็กผู้ชายนะ 
แต่น้องน่ารัก ว่าง่ายสอนง่าย มาเล่นกับพวกเราทุกวันเลย คิดถึงน้องจัง
ชีวิตวนไปวนมาแบบนี้ทุกวัน สิบกว่าวันที่ว่านานๆ 
กลายเป็นว่าค่อยๆจะหมดเวลาของความสุขลงไป 
จนวันนึงได้กระดาษ มาหนึ่งใบ ขนาดครึ่งA4 เพื่อเขียนความรู้สึก
ตอนแรกก็คิดไม่ออก พอเขียนๆ ความคิดก็มาจุติ ณ ปลายนิ้ว 

 
.
..
...
....
.....
......
.......
 
 
" จิตอาสา " คืออะไร ไม่สามารถให้คำนิยามได้
หากฉันไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
ฉันจึงใช้เวลาที่มีตรงนี้เพื่อทำสิ่งที่เรียกว่า จิตอาสา
สิ่งที่ทำด้วยหัวใจ สิ่งที่ทำเพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้อื่น
สิ่งที่ทำโดยไม่หวังอะไรตอบแทน
แต่กลับมาได้มาซึ่งรอยยิ้มแห่งความสุข มิตรภาพ
ความทรงจำดีๆ ความอบอุ่นทั้งกายและใจ
ที่ทำให้ค่ายเป็นมากกว่าค่าย ไม่ใช่เพียงแค่สร้างเสร็จ
แล้วกลับไป ไม่รู้จักกัน ไม่ทักทาย
แต่พวกเราเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน
ระยะเวลา สิบห้าวัน ถือว่านานพอสมควร
สำหรับการอยู่ร่วมกันของคนแปลกหน้า
แต่เมื่อได้มาอยู่แล้วสิบห้าวันนั้นถือว่ายังน้อยไป
เพราะอีกไม่กี่วัน ก็ต้องไปจากที่ๆไม่เคยคิดว่า
จะอยู่ได้จนวันสุดท้าย ไปจากคนแปลกหน้า
ที่ปัจจุบันกลายเป็นสนิทสนม
แต่ฉันจะเก็บเรื่องราวและภาพความทรงจำดีๆเหล่านี้ไว้
ขอขอบคุณตัวละครทุกคนที่ร่วมสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆ
ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกถึงความผูกพัน ขอบคุณค่ะ^^
 
 
.......
.....
....
...
..
.



อ่านแล้วดูเว่อๆ นะ 
แต่ความรู้สึก ณ ตอนที่เขียน เป็นแบบนั้นจริงๆ
พอจบค่ายก็ได้ไปเที่ยว กับเพื่อนพี่ในค่าย ได้ดำน้ำด้วย
สนุกสุดๆ เพื่อนที่มันจะลงทะเบียนให้โทรหาว่าอยู่ไหนกับใคร
เลยบอกไปว่ามาเที่ยวกับเพื่อนในค่าย 
มันถามว่าไว้ใจได้หรอ 
ก็ตอบไปว่า อยู่ด้วยกันตั้งสิบห้าวัน ไว้ใจไม่ได้ให้มันรู้ไป
บางทีการที่เราอยากจะรู้จักใครให้ดีกว่าเดิมนั้น
อาจจะต้องลองเสี่ยง ด้วยการไว้ใจซึ่งกันและกัน
มันคงจะไม่เสียหายอะไรมาก ว่าไหม?

ที่ไปด้วยก็มี ปุ๋ย แอน (วิทยาศาสตร์ ปีสอง) 
พี่นัน (เศรษฐศาสตร์ ปีสาม) หลงอีกแล้ว
ทำไมชอบอยู่กับน้อง จะได้ถูกมองว่าเป็นปีสอง รึเปล่า ๕๕๕

ดูรูปกันๆ ๆ
 
 
 ตอนเย็นๆ ตรงร้านอาหารน้าของปุ๋ย
 
 
 
 
 บริเวณ หาด พระอาทิตย์กำลังตกดิน
 
 
 
 
 
 อีกซักรูป
 
 
 
 
 สองสาว ปุ๋ย & แอน
 

 
 
 สองสาวอีกครั้ง (แอบเอียง) 
สองคนนี้กระโดดได้แมนมากกกก ๕๕๕ 
  
 
 
 สาว สาว สาว 
พี่นันโดนแกล้งดึงลงทะเล 
 
 
 
 น้องเสก โลโซ รึเปล่า ไม่ได้ถาม
น้องมาเดินเล่นรอพ่อมั้งนะ เลยถ่ายซะ
 
 
 
 
 ภายในถ้ำมรกต 
ต้องดำน้ำเข้ามานะ 
 
 
 
 
ปลาเสือล่ะมั้ง ไม่แน่ใจ
สวยสุดๆอ่ะ ถ่ายตอนอยู่บนเรือ
โยนขนมปังลงไปมันเลยมากินๆ กัดๆ
สุดท้ายขนมปังหมดเพราะคนกินมากกว่า
ดำน้ำเป็นอะไรที่ใช้พลังงานเยอะมาก
ข้าวก็เอามานะกินไปแล้ว แต่ไม่อิ่ม จริงๆ ๕๕๕ 
 
 
 
 
 
ปล. จบแล้วจ้า (กว่าจะจบ ๕๕๕)
สังเกตรูปไหม มีแต่ซีลูเอต ก็มันชอบน่ะ
สวยๆ ๆ  ชมเองเลย ๕๕๕ 
 คิดถึงนะกลิ้งกลอง
คิดถึงนะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน
ลืมบอกว่า ได้เห็นทางช้างเผือกที่นี่ด้วย สวยมากๆ ๆ  
 
 
 
 
 
 
 
 

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

 

 

 

 

ณ บ้านกลิ้งกลอง...สอง

posted on 15 Nov 2009 20:48 by lilfeit

ตอนนี้กลับเข้าโหมดเดิมอีกครั้ง 
ต้องกลับมานั่งตั้งตาเรียน เฮ้อ อๆๆ เหนื่อย!!!
ชีวิตนี้ถ้าเรียนยังไม่ไหว เเล้วจะไปทำไรกินเนี่ยฉันน...
อยากเรียนจบ ทำงาน เก็บเงิน เที่ยววว คุ้มมมมไม๊
ส่วนบั้นปลายค่อยว่ากัน...
ถ้ายังโสดก็เเพลนนึง ไม่โสดก็อีกเเพลน ๕๕๕
เเค่นี้พอละชีวิตฉัน... เเล้วคุณล่ะว่าไง คุณใช้ชีวิตคุ้มรึยัง?

จากที่ปล่อยให้อารมณ์คั่งค้าง กับเอนทรี่ก่อน เรามาต่อเลยดีกว่า
น้องโรงเรียนบ้านกลิ้งกลอง กล้าเเสดงออกเหมือนกันนะ
ดูได้จากการให้เล่นเกมร่วมกับพี่ๆ  
น้องๆน่ารักมากเลย ดูใสๆ ซื่อๆ จริงใจดี 
เเต่น้องบางคนไม่ยอมคุยกับเราเลย ทำไมน่ะหรอ
เพราะเราพูดภาษากลางไง น้องเลยไม่กล้าคุย(กลัวกูขนาด ๕๕๕)
น้องๆ พูดกลางไม่ค่อยชัด จึงเป็นที่มาของคำว่า "ทองเเดง"
อาจเป็นสาเหตุให้น้องๆ ไม่กล้าคุยกับพวกเราที่พูดใต้ไม่ได้ รึเปล่า ไม่เเน่ใจ
เลยได้น้ำ(เพื่อนภาค เด็กกระบี่)เป็นล่ามให้ ทั้งฟัง ทั้งพูด
อืม...ครบเลย ฉันไม่ต้องทำอะไรเลย  
สรุปฉันมาผิดภาคใช่ไหม เนี่ยย... กลับๆๆ ไม่ใช่ละ ๕๕๕
ถ้ากลับทุกอย่างจบซี เพื่อนก็ยังไม่ได้ เเฟนก็ยังไม่มี นี่ไม่เกี่ยวๆ
จริงๆ น้องๆเขาปิดเทอมแล้ว เเต่ต้องมาต้อนรับพวกเรา ซาบซึ้งๆ
พอได้เวลาเที่ยง มีโต๊ะจีนเลี้ยงลิงผู้โหยหิว จากเมืองกรุง
ชาวบ้านถือปิ่นโตมาบ้านละเถา สองเถา 
ในนั้นมีกับข้าวที่เตรียมมาให้พวกเรากิน 
รสชาติเป็นยังไงน่ะหรอ ไม่อยากบอกว่า อร่อยมากก
เช่น เเกงเขียวหวานนะ กะทิเป็นกะทิอ่ะ ไม่เหมือนที่เมืองกรุงเลย
เครื่องเเกงส่วนใหญ่ จะมีขมิ้นผสมด้วย รสชาติเผ็ดใช้ได้ทีเดียว
ใครที่กินเผ็ดไม่ได้ น่าสงสารยิ่งนัก พลาดของอร่อยๆไปซะแล้ว
พอกินเสร็จก็เก็บล้างกัน แล้วก็ได้เวลาเปิดงาน
มีทั้ง นายอำเภอ นายกอบต. ผู้ใหญ่บ้าน ผอ. 
พวกเขาพูดอะไรฉันพอจับประเด็นได้นิดๆหน่อยๆ ประมาณว่า...
การเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
แต่การที่เราได้มาค่าย มาสัมผัสชีวิตของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดีมาก
มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะชื่อดังขนาดไหนก็สอนการใช้ชีวิตไม่ได้
ผู้ใหญ่ ทุกท่านพูดคล้ายๆกัน มีติดตลกบ้างเเต่ก็ฟังไม่ออก 
พยายามถามเพื่อนตลอดด้วยความอยากรู้ ๕๕๕
หลังจากนั้น พี่ปาล์ม (วนศาสตร์ ปี3) ประธานค่าย ผู้น่ารักก็ปราศัย
ต่อด้วย พี่ก้อย (วนศาสตร์ ปี3)ไม่ทราบตำแหน่งชี้เเจงเรื่อง ที่พักให้ 
ฉันได้อยู่บ้านหนึ่งเเหละ ซึ่งประกอบไปด้วย
ติ้ง,น้ำ(บริหาร ปี2) บู,จิ๊บ,นุช(วนศาสตร์ ปี2) พี่นัน(เศรษฐศาสตร์ ปี3) หลงมา ๕๕๕
หกคน ผู้หญิงล้วนเลย บ้านฉันถูกเเซว เหตุมาจากไซส์ของคนในบ้าน
ซึ่ง ทั้งสูง ใหญ่ เเละ ถึก พี่ก้อยเป็นคนจัดให้ ไม่ดูไซส์เลย ๕๕๕
เเม่ที่บ้านชื่อ เเม่โภชน์
 ซึ่งวันนั้นไม่ได้มารับพวกเรา พอดีว่ามีปัญหานิดหน่อย
เเม่บ้านสอง ซึ่งติดกันเลยมารับเเทน 
ไปถึงบ้านก็เจอเเต่ยาย คนเดียว ยายชื่อ ยายเจ้ย ยายยิ้มน่ารักมากๆ
บ้านนี้มีลูกสาว สามคน กลุ่มพวกเราจึงมีแต่ผู้หญิง 
คนโตชื่อ ไหม เรียนจบแล้ว เป็นคุณครูที่สุราษฯ
คนกลางชื่อ ทราย เรียนปีสาม ที่หาดใหญ่
คนเล็กชื่อ ซิน เรียนปีสอง ที่ม.อุบล ไกล๊ไกล เหนื่อยเเทน
สรุปบ้านนี้มีผู้หญิง ห้าคน เเม่หนึ่ง ยายหนึ่ง ลูกสาวสาม 
พ่อเป็นผู้ชายคนดียว บวกกับอีกหกสาว บ้านล้น ๕๕๕
ยายซึ่งหลานสาวที่บ้านเรียก ย่า เเต่พวกเราเรียกยาย
ยายเรียกพวกเราว่า นุ้ย ซึ่งเเปลว่า หนู ฟังยายไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก  
ให้เพื่อนแปลให้ตลอด ฉันปล่อยไก่ หลายรอบเหมือนกัน
ยายก็ ขำแบบ ขำจริงๆอ่ะ ไม่แอ๊บ นึกถึงหน้ายายแล้วคิดถึงจัง
ที่บ้านนี้มีน้ำประปาแต่ไม่ได้ใช้อาบนะ ใช้น้ำคลองแทน พวกเราก็เลย ต้องใช้ตาม
ส่วนห้องน้ำ ถ่ายหนักๆ ทีต้องหิ้วถังไปห้องน้ำหลังบ้าน ซึ่งไม่มีไฟเลย
ลำบากแต่ก็ รู้สึกดีไปอีกแบบ รู้สึกดี ที่เราสามารถอยู่ได้
บ้านเราถูกเเซวว่าซักผ้าทุกวัน ๕๕๕
ก็มีกันหกคน ผลัดกันซักวันละสามคน ไม่ทุกวันได้ไงล่ะ
ทุกๆวันยายจะยกกะละมังมารองน้ำประปาไว้ให้ซักผ้า ใจดีสุดๆเลย
ยายบอกว่าใช้เครื่องซักผ้าก็ได้ เเต่ก็ไม่มีใครใช้ เพราะเกรงใจ 
ส่วนพ่อไปกรีดยางตั้งแต่ตีสองตีสามแล้วมั้ง 
บางทีพวกเรากลับมาถึงบ้านสองทุ่ม พ่อก็เข้านอนแล้ว 
ยายจะมาคอยเปิดประตูตลอดเลย 
พอพวกเราเข้าบ้านแล้วอาบน้ำบางส่วนแล้ว ยายก็จะเข้านอน
คนที่บ้านนี้นอนเร็วมากๆ พวกเรามาอยู่นี่ก็นอนเร็วเหมือนกัน 
สาเหตุหลักๆ มาจากความเหนื่อยล้านั่นเอง
เพราะปกติ ปิดเทอมจะนอน ตีสอง ตีสาม หรือมากกว่านั้น
มาอยู่ที่นี่ ไม่ถึงสามทุ่มก็หลับแล้วแหละ 
เวลาตื่นก็เกือบหกโมงแล้ว เช้ามากกกก ปกติแทบจะไม่เคยเลย ๕๕๕
ว่ากันว่า ตื่นเช้าๆ ได้เห็น ได้ทำอะไรเยอะกว่าคนตื่นสาย
แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เเหละ เรามีเวลามากกว่าคนอื่น 
ส่วนระหว่างทางที่เดินไปโรงเรียนตอนเช้าๆ บรรยากาศดีมากๆ 
นึกแล้วอยากกลับไปอยู่แบบนั้น 
ถนนหนทางไม่วุ่นวาย เดินกลางถนนยังได้เลย
ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มียังไงใช้อย่างนั้น
ไม่ขวนขวาย พอเพียง นี่แหละวิถีชาวบ้านจริงๆ
จนบางครั้งเคยถามตัวเองเหมือนกันนะว่า...
พวกเราทนอยู่กับบรรยากาศในกรุงเทพทำไม 
เช้าๆ รถติด ชีวิตที่รีบเร่ง ต้องวิ่งเเย่งกันขึ้นรถเมล์
ทำงานเเก่งเเย่ง ชิงดีชิงเด่น แล้งน้ำใจ ต่างคนต่างอยู่ ฯลฯ (เพิ่มเติมได้)  
 
เราจะทนอยู่แบบนั้นไปทำไมกัน ?
 
 
 
 
 

ปล. เดี๋ยวมาต่อนะจ้ะ อ่านแล้วงงไม่ว่ากันนะ คนพิมก็งงๆ ๕๕๕




 

MusicPlaylist
 
 
 

 

ณ บ้านกลิ้งกลอง...

posted on 04 Nov 2009 02:34 by lilfeit
 
 
จากที่ได้เกริ่นๆ ไว้ว่าจะไปค่ายอาสา
วันที่ 11 ตุลาคม ปีนี้นี่เอง
ฉันได้มีโอกาสนั่งรถไฟ ไปจังหวัดตรัง
เพื่อไปทำภารกิจ จิตอาสาที่ยิ่งใหญ่(รึเปล่า?)
พี่ที่ชมรมนัดเจอ บ่ายโมงครึ่งที่ชมรม
เพื่อรอไปถ่ายรูป เเละขึ้นรถไฟ
ขึ้นรถไฟจากสถานีบางเขน
ใกล้ๆกับมหาลัยเวลาประมาณบ่าย3โมงครึ่ง
เพื่อไปลงยังศูนย์รวมรถไฟจากทุกทั่วภูมิภาค "หัวลำโพง"
ผ่านไม่ถึง10สถานีก็ถึงหัวลำโพง เย่ๆ 
เเล้วก็รอๆ ๆ ประมาณ 5โมงกว่าๆ
ก็ต้องมาขึ้นรถไฟ(ชั้น3มั้ง) "กรุงเทพ-ตรัง"
ด้วยระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว
ส่วนระยะเวลานั้นไม่ต้องพูดถึง "15 ชม."
คุณต้องได้นั่งจนก้นน้ำตาเล็ดเป็นเเน่
ตัวฉันเองไม่เค๊ย ไม่เคย นั่งรถนานขนาดนี้มาก่อนเลย
ใครเคยขึ้นรถไฟก็คงจะรู้ว่าที่นั่งเป็นยังไงนะ
ถ้าไม่เคยจะบอกให้...
พนักพิงเสริมเบาะมากน้อยเเค่ไหนไม่เเน่ใจ
เเต่ที่เเน่ๆ มันทำมุมประมาณ90 องศา กับพื้นโลก
โอ้เเม่เจ้า!!! มีอะไรที่เสียวสันหลังมากเท่าไอ่นี่อีกไหม
เเรกๆก็ยังไม่เท่าไหร่หรอก ยังยิ้มได้ๆ
ยังอินๆกับบรรยากาศ ลมเย็น วิวสวยๆริมทาง
พอมืดเเล้วก็ไม่รู้จะทำอะไร เลยตั้งวงไพ่ ๕๕๕ ตอนนี้ก็ยังยิ้มได้อยู่
ลืมบอกไปว่า ที่นั่ง 4 ที่ ฝั่งละ 2 นั่งหันหน้าเข้าหากัน
คนที่นั่งตรงข้ามฉันก็คือ "น้ำ" เพื่อนสนิทที่ภาค
คนที่นั่งข้างๆน้ำ หรือนั่งทเเยงมุมกับฉันคือ "พี่จิ๊บ" เศรษฐศาสตร์ ปี4
คนที่นั่งข้างๆฉัน คือ "พี่นัน" เศรษฐศาสตร์ ปี3
ไม่รู้อะไรดลใจให้เรานั่งด้วยกัน ๕๕๕ พวกพี่พลาดเเล้วล่ะ
นั่งไปน่าจะผ่านหลายจังหวัดเหมือนกัน
ได้เเก่ นครปฐม ราชบุรี ประจวบ ชุมพร สุราษ นครศรี
น่าจะประมาณนี้ล่ะจำไม่ได้ละ เรียงเองนะว่าถึงที่ไหนก่อน
นั่งไปเรื่อยๆ รถเริ่มเงียบ คนหลับกันหมดเเล้ววว
เเล้วฉันทำอะไรอยู่น่ะเหรอ ก็....
นั่งอิจฉาคนที่เขานอนหลับไง
5ทุ่มเเล้วๆ ๆ ฉันยังคงนั่งฟังเพลงไปเรื่อยยย
เห็นบางคนหลับตั้งเเต่ 3ทุ่มกว่า ทำได้ไงวะเนี่ยยย
ฉันพยายามข่มตาให้หลับ เอาเสื้อปิดหน้าก็เเล้ว
เปลี่ยนท่าก็เเล้ว ทำเหมือนเดิมจน ตี3 ตี4 คนอื่นตื่นหมดเเล้ว
ตื่นเพราะเสียงพ่อค้า เเม่ค้า ขึ้นมาขายของ
"น้ำไม๊ค้าาาา น้ำเย็นๆไม๊ค้าาาาา" ฟังเเล้วฮาดี
"กาเเฟ โอวัลติน ชา ร้อนไม๊คร้าบบบ"
ถือกับมือทำไมพี่ไม่รู้ว่ามันร้อนรึเปล่าล่ะ ๕๕๕
เเอบได้ยินคนปล่อยมุขเสี่ยวๆ เเต่ก็ขำนะ
ถ้ารวมเวลาที่ได้นอนจริงๆ
โอ๊ยย ย ไม่ถึง 30นาที ทำได้เเค่หลับตาไว้เฉยๆ
ไม่อยากจะบอกว่า...
เมื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...
ก.ไก่ เเค่นี้คงไม่เพียงพอ ต้องใส่ไปอีกหลายร้อยตัว เหอๆ
เช้าเเล้ว เเดดส่องเข้ามา จากหนาวๆ ก็ทำให้อุ่นขึ้นบ้าง
จังหวัดเเถวนั้นส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บนเขา หมอกไม่หนาเท่าไหร่
คาดว่า เมื่อคืนฝนคงจะตกเเน่ๆ
ส่วนอากาศไม่ต้องพูดถึง คงจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดเเล้ว
อากาศที่คนในเมืองใหญ่ถวิลหา อากาศที่ไม่มีสารเคมีใดๆ ปะปน
ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สบายใจ
เสียงเหมือนกำลังกินก๋วยเตี๋ยวยังไงๆอยู่ ๕๕๕
เเละเเล้วก็ถึงที่หมาย จังหวัดตรังๆ ๆ ๆๆ ๆๆ
ดีใจอย่างบอกไม่ถูก เเละเเล้วสวรรค์ก็อยู่ข้างหน้า เว่อๆ ๆ
รอไม่นาน ก็มีรถของผู่หลักผู้ใหญ่ที่ติดต่อไว้ มารับพวกเรา
เพื่อไปยังโรงเรียนบ้านกลิ้งกลอง โรงเรียนที่เราจะไปสร้างอาคารให้น้องๆ
คิดเเล้วตื่นเต้นมากเลยล่ะ จะได้ทำประโยชน์เนี่ย
นายอำเภอ นายกอบต. ผู้ใหญ่บ้าน ผอ.
คุณครู ชาวบ้าน น้องๆนักเรียนให้การต้อนรับอย่างดีมากๆ

ฉันว่าฉันคิดไม่ผิดเลยที่ใช้เวลาตรงนี้
เวลาที่ว่างๆ ช่วงปิดเทอม มาทำประโยชน์
เเม้ว่าชมรมที่ได้เข้าร่วมนั้น
ไม่ใช่ชมรมค่ายอาสาพัฒนาที่ใหญ่อะไรนัก
เเต่ฉันเชื่อว่า...
พวกเราทุกคนที่มาค่ายครั้งนี้ก็มีจิตอาสาที่ยิ่งใหญ่ไม่เเพ้ชมรมไหนๆเลย



ปล. เเล้วจะมาเล่าให้อ่านต่อนะจ้ะ มากไปกลัวจะเบื่อซะก่อน^^


 

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

เปลี่ยนไปทุกอย่าง...

posted on 28 Oct 2009 23:26 by lilfeit

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com


วันนี้มันดูเหงาๆ
ดูมันทึมๆ เหมือนสีเทาๆ
ไม่มีเธอแล้วจริงๆ ไม่มีเธอแล้วใช่ไหม
มีแค่เรา...
คำพูดที่เคยได้ฟัง
รอยยิ้มที่มีให้ฉันเสมอ

วันนี้ไม่มีมองไปไม่เจอ ความเหงามาเคาะประตูแล้วหรอ
อยู่ๆวันนี้ทำไมมันแปลกไป


( * ) เปลี่ยนไปทุกอย่าง จากเมื่อวาน

เมื่อฉันไม่มีเธอใกล้ๆ

เปลี่ยนไปทุกอย่าง เมื่อเธอไป

มันเหมือนขาดอะไรซักอย่าง

ดูอ้างว้าง ไปทุกอย่าง

อยากให้เธอรู้ บ้าง

ห้องนี้มันเหงาจนอยู่ไม่ไหว จริงๆ


หมดแล้วคืนวันแสนหวาน
ไม่เหลือความผูกพัน ความฝันวันวาน
เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เปลี่ยนจากชีวิตประจำวัน

ที่ต้องการ...

มองไปก็เจอเรื่องราว
ความหลังบวกความเหงา ในห้องของฉัน
ตรงนี้เคยนอนนับดาวด้วยกัน
ตรงนี้ที่เคยมีเธอข้างฉัน
แต่ว่าวันนี้นั้นมันไม่มีใคร

( ซ้ำ * )

โลกนี้มันดูไม่เหมือนเดิม
เหมือนไม่มีใครเลย
เพราะคนที่ใจฉันคุ้นเคย
ได้ขาดหายไป
เหงา...อยากจะรู้ว่าจะเป็นบ้างไหม

ก่อนนั้นฉันเคยมีเธอร่วมทาง

ก่อนนั้นฉันเคยมีเธอร่วมฝัน
แต่ว่าวันนี้นั้นมันไม่มีใคร ไม่เหลือใคร

( ซ้ำ *,* )

 

 

 

ทำไมเพลงนี้ต้องเข้ามาในชีวิตด้วย

ทำไมเธอถึงคิดว่า สิ่งที่เธอทำมันถูกต้อง

ทำไมไม่คิดบ้างว่าฉันจะรู้สึกยังไง

ทำไมเธอบอกว่า เขาคนนั้นเข้าใจเธอมากที่สุด

เเล้วฉันล่ะ ที่ผ่านมามันคืออะไร บอกหน่อย

เราคุยกันทำไมทุกวัน 5ทุ่มฉันนั่งรอโทรศัพท์ทำไม

15 วัน ที่ไม่ได้คุยกัน เปลี่ยนเเปลงอะไรได้เยอะขนาดนี้เลยหรอ

ทำไมเธอทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทำไมวะ ทำไม???

 

 

อยากอัพ ๕๕๕,,,

posted on 10 Oct 2009 01:44 by lilfeit

 

 

 

 สอบเสร็จเเล้ว ว ว ววว ว 

ดีใจ๊   ดีใจ ๆ ๆๆ  โคตรๆๆ

ค่อยเศร้าอีกทีตอนเกรดออก เหอๆ

ได้เวลาจิตอาสาเเล้ว ๕๕๕ 

ตื่นเต้น ๆ ๆ มีความสุขสุดๆ

บ่นๆ ๆๆ  

เเล้วฉันจะกลับมาๆ ๆๆเล่าให้อ่าน...